Project Description

โดย สพ.ญ. ณัฐวดี งามเลิศวงศ์

สัตวแพทย์ประจำคลินิกโรคผิวหนัง โรงพยาบาลสัตว์เล็กจุฬา

 

สุนัขพันธุ์ visla อายุ 4 ปี เพศผู้ทำหมันแล้ว มีอาการคันเป็น ๆ หาย ๆ ร่วมกับการเกิดหูชั้นนอกอักเสบ (otitis externa) ซึ่งเป็นมาหลายปี

ประวัติ

พบอาการขนร่วง (alopecia) สเก็ด (scale) แดง (erythema) โดยเฉพาะส่วนหัวและช่วงหลังคอ   เจ้าของแจ้งว่าสุนัขมีอาการคันที่บริเวณรอบตา ใบหน้า และเท้า ก่อนหน้านี้เคยได้รับรักษามาประมาณ 3 สัปดาห์ ด้วย cephalexin 25 mg/kg ทุก 12 ชม. hydroxyzine 2.5 mg/kg  ทุก 12 ชม. และ prednisone  0.5 mg/kg  นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนอาหารเป็นอาหารที่ทำมาจากเป็ดและมันฝรั่งเป็นเวลา 10 สัปดาห์ แต่ก็ยังคงพบอาการคันอยู่ ซึ่งอาการคันมักจะลดลงเมื่อให้ prednisone แต่อาการขนร่วงไม่ดีขึ้นเลย

 

การตรวจร่างกาย

การตรวจร่างกายทุกอย่างดูปกติ ยกเว้นเฉพาะที่หูและผิวหนัง ขนร่วง 2 ข้างเท่ากันที่บริเวณใบหน้า หัว หลังคอ และบริเวณหลัง  ซึ่งผิวหนังจะมีลักษณะเป็นสเก็ดและแดง ดังรูปที่ 1 และ 2   ขนบริเวณนั้นร่วงง่ายและมักจะมี debris ติดที่ปลายรากขน (follicular casting)  หูชั้นนอกอักเสบทั้ง  2 ข้าง และมีขี้หูสีดำอุดตันอยู่ภายในท่อหูทั้งสองข้าง ง่ามเท้าแดงเล็กน้อยและมี salivary stain

ภาพที่ 1  แสดงอาการของโรคผิวหนัง  alopecia  scale และ erythema

ภาพที่ 2 แสดงอาการของโรคผิวหนัง  alopecia  scale และ erythema แบบ close up

 

การวินิจฉัย

สุนัขมีอาการทางผิวหนัง 2 อย่างที่สำคัญคือ อาการคัน และขนร่วง จากประวัติที่กล่าวมาทำให้เห็นว่าอาการทั้งสองนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกัน   ลักษณะของรอยโรคที่มี follicular casting สามารถพบได้ในโรคที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้าง keratin (keratinization) และ การที่ขนหลุดร่วงง่ายมักเกิดจากโรคผิวหนังบางชนิดมีผลกระทบต่อ hair follicle  โรคผิวหนังที่พบได้บ่อย และมีผลต่อ hair follicles ไม่ใช่จำกัดแค่ โรคขี้เรื้อนเปียก (demodicosis) โรคเชื้อรา (dermatophytosis) และโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (staphylococcal pyoderma) เท่านั้น  นอกจากนี้ staphylococcal pyoderma มักจะไม่ค่อยพบรอยโรคที่บริเวณใบหน้าแต่ก็สามารถพบได้ถ้ามีการติดเชื้อร่วมกับโรคอื่น เช่น demodicosis เป็นต้น Follicular casting มักจะพบมากในโรคที่เกี่ยวข้องกับ keratinization และต่อมไขมันอักเสบ (sebaceous adenitis)

 

การวินิจฉัยแยกแยะ

การวินิจฉัยแยกแยะโรคที่ทำให้เกิดอาการคันประกอบด้วยโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ (การติดเชื้อแบคทีเรีย (bacterial pyoderma) เชื้อรา (dermatophytosis) และยีสต์ (malassezia dermatitis)) ปรสิตภายนอก (โรคขี้เรื้อนเปียก (demodicosis) และโรคขี้เรื้อนแห้ง (scabies)) และภูมิแพ้ (allergies) (ภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม (atopy) ภูมิแพ้อาหาร (food allergy) แพ้หมัด ( flea allergy)) เป็นต้น จะเห็นได้ว่าสุนัขตัวนี้ได้ทำการเปลี่ยนอาหารแต่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาดังนั้น จึงลดความน่าจะเป็น food allergy ซึ่งโดยส่วนมากสาเหตุของการคันแบบกระจายทั้งตัวมักเกิดจาก allergies หรือมาจากปรสิตภายนอก  เช่น scabies  นอกจากนี้ภาวะ otitis externa ที่มักเกิดร่วมกับ allergies และภาวะotitis externa มักจะมีการติดเชื้อแทรกซ้อนมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และหรือจากยีสต์ เป็นต้น  ภาวะ otitis externa มักเกิดเป็น secondary ของโรคหลักอื่น ๆ เช่น ปรสิต (parasitism) และ ความผิดปกติของฮอร์โมน (endocrinopathy) เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามปัญหา otitis externa ของสุนัขตัวนี้น่าจะเป็น secondary ของ ปัญหา allergies

 

การตรวจวินิจฉัย

โดยทำการขูดตรวจผิวหนัง (skin scraping) ระดับลึก และระดับตื้นที่บริเวณหัวและเท้า เพื่อหาปรสิตภายนอกพบว่าผลเป็น negative และทำการตรวจหาเชื้อรา โดยการใช้ wood lamp ให้ผล negative และทำ thichogram ไม่พบ ectothrix spore on the shaft  พบเพียงแต่ follicular cast และทำการเพาะเชื้อรา ให้ผลเป็น negative นอกจากนี้ได้ทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อโดยการใช้ punch biopsy 8 mm. บริเวณที่มีรอยโรคทั้งหมด 3 ตำแหน่ง  และทำ cytology ที่หู พบ yeast 3+ ทำ cytology ที่ผิวหนังไม่พบการติดเชื้อจากแบคทีเรียและยีสต์

ทำ skin scrapings และไม่พบปรสิตภายนอกทำให้สัตวแพทย์สามารถตัดโรค demodicosis ได้ แต่ไม่สามารถตัด scabies ได้เนื่องจาก scabies ทำให้เกิดรอยโรคที่กระจายทั่วตัวได้ สุนัขรายนี้ไม่ตอบสนองต่อการทำ food trial ทำให้สามารถตัดโรค food allergy ออกไปได้ นอกจากนี้อาการการคันบริเวณหน้าและเท้าซึ่งเป็นลักษณะอาการที่จำเพาะของ atopy ทำให้จำเป็นต้องวินิจฉัยแยกแยะ atopy ออกจากโรคอื่นๆ  นอกจากนี้ atopy ยังอาจทำให้เกิดภาวะ otitis externa เช่นเดียวกับในรายนี้ แต่อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถอธิบายสาเหตุของอาการขนร่วงได้ แต่โรคที่น่าจะเป็นไปได้ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดขนร่วงอีกโรคหนึ่งคือ sebaceous adenitis  ดังนั้นจึงทำการตัดชิ้นเนื้อเพื่อไปตรวจหาสาเหตุของขนร่วงต่อไป

 

การรักษา

เลือกใช้ selamectin ในการหยดหลังเพื่อเป็นจัดการ scabies โดยมีรายงานการใช้ที่ได้ผลในการรักษา โดยใช้ selamectin ชนิดหยดหลัง เพื่อทำการรักษา scabies เดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งสามารถลด S. scabiei ในสุนัขได้มากกว่าร้อยละ 93 และการหยด 2 ครั้งใน 1 เดือน สามารถลด S. scabiei ในสุนัขได้ถึงร้อยละ 100

การรักษาในระหว่างที่รอผล biopsy นั้นประกอบไปด้วยการล้างหู (ear cleaning) และการใช้ยาหยอดหูที่มีส่วนประกอบของสเตียรอย (fluocinolone) และในส่วนของผิวหนังนั้นจะเป็นการใช้แชมพูที่มี miconazole solution

ผล biopsy พบ multifocal granulomatous และ pyogranulomatous dermatitis obscuring sebaceous gland ซึ่งรอยโรคที่พบบนตัวสุนัขก็สอดคล้องกับ granulomatous sebaceous adenitis  แต่พยาธิกำเนิดของ โรค sebaceous adenitits  นั้นยังไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน แต่สามารถบอกได้เพียงว่าเกิดจากขบวนการอักเสบและนำไปสู่การทำลายต่อมไขมัน และขนร่วงซึ่งสายพันธุ์ที่โน้มนำในการเป็นโรคนี้คือ Visla

ปัจจุบันไม่มีการรักษา sebaceous adentis ที่ทำให้หายขาดได้มีเพียงบางวิธีของการรักษาเท่านั้นที่ทำให้ดีขึ้นแต่ไม่ใช่สัตว์ทุกตัวที่จะตอบสนองต่อการรักษา  การรักษาประกอบด้วย การให้ retinoid หรือ vitamin A, microemulsion cyclosporine และการใช้ topical therapy เช่น การใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของ benzoyl peroxide และ propylene glycol เป็นต้น

การรักษาของสุนัขตัวนี้ถูกเลือกหลังจากที่ได้มีการพูดคุยกับเจ้าของสุนัขเนื่องจากสุนัขตัวนี้ที่มีทั้งภาวะ allergic dermatitis และ sebaceous adenitis ในที่สุดสุนัขตัวนี้ได้รับการรักษาด้วย cyclosporine  5.2 mg/kg ทางการกิน วันละ 1 ครั้งเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ผลปรากฏว่าสุนัขแสดงอาการคัน แดง และ scale ลดลง แต่ขนในตำแหน่งที่เคยร่วงก็ยังไม่ขึ้น สัตวแพทย์จึงทำการให้ยาขนาดเท่าเดิมต่ออีกเป็นระยะเวลา 1 เดือน ผลคือขนเริ่มขึ้นในตำแหน่งที่เคยร่วง หลังจากนั้นได้ลองทำการลดความถี่ในการให้ยาลงเป็นการให้ยา วันเว้นวันเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งให้ผลตอบสนองต่อการรักษาที่ดี สัควแพทย์จึงลดความถี่ในการให้ยาลงมาเป็น 3 วัน ต่อ สัปดาห์ สุนัขก็ยังคงตอบสนองต่อการรักษาได้ดี ดังนั้น จึงลดความถี่ในการให้ยาเป็น  2 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งผลปรากฏว่าไม่ประสบความสำเร็จในการใช้ยาด้วยความถี่เท่านี้  ดังนั้น สุนัขตัวนี้จึงได้รับยา 3 วันต่อสัปดาห์ซึ่งสุนัขยังคงตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลา 2 ปี

ภาพที่ 3 หลังจากที่สุนัขตัวนี้ได้รับการรักษาด้วย cyclosporine มาเป็นเวลา 6 เดือน

เอกสารอ้างอิง

Karin M.Beale. Acute Onset of Alopecia & Erythematous Dermatitis in a Visla. NAVC cl inician’s brief. 2006 Feb : 41-42.

Shanks D.J., et al. The efficacy of selamectin in the treatment of naturally acquired infestations of sarcoptes scabiei on dogs. Vet Parasitol. 2000 Aug 23;91(3-4):269-81.

Topics

Submit to get CE